8 อันดับแบ็คขวาที่ดีที่สุด

Antonio-Valencia

แบ็คขวาที่มีทั้งความอึดและเล่นได้ฉลาดที่สุด

ความอึดถือเป็นสิ่งสำคัญของตำแหน่งแบล็คขวาเพราะเป็นตำแหน่งที่ต้องวิ่งขึ้นไปช่วยเติมเกมส์รุกทั้งการต่อบอลและการโยนบอล แถมยังต้องลงมาเป็นแนวป้องกันในเกมส์รับด้วย ถ้าไม่อึดบอกเลยว่าอยู่ยาก ทำให้ผู้จัดการทีมต้องคัดสรรผู้เล่นในหน้าที่นี้ในดีเพราะมีผลตลอดทั้งเกมส์ความกดดันจึงอยู่ในหน้าที่นี้ไม่น้อย

 

ริคาร์โด้ เปเรยร่า (ปอร์โต้)
Ricardo Pereira
  1. ริคาร์โด้ เปเรยร่า (เลสเตอร์ ซิตี๊)

เดิมทีเปเรยร่าก็มีค่าเพียงนักเตะที่เอาไว้สลับลงเล่นจนกระทั่งย้ายไปเล่นกับ นีซ แบบยืมตัว 2 ปี ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเขาในทุกวันนี้ เพราะจากตำแหน่งกองกลางและปีกทางฝั่งขวา เจ้าตัวก็ได้ถูกทีมดังแห่งศึกลีกอังกฤษทีมนี้แปรสภาพเป็นแบ็กขวาชั้นดี

 

ตอนแรกเขาอาจเหมือนเป็ดที่ทำได้หลากหลายแต่ไปไม่ไ่สุดสักทาง ทว่าหลังการไปเล่นที่ฝรั่งเศส นักเตะวัย 24 ปีผู้นี้ก็ได้ยึดตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริงกับ เลสเตอร์ ซิตี๊ แล้วในฤดูกาลนี้

 

 

เกมรับจากที่เคยเล่นได้ไม่เท่าไหร่ถูกพัฒนาขึ้น พร้อมๆ กับการเติบโตเป็นแบ็คสายบุกที่ผ่านบอลดีและเลี้ยงบอลได้สุดแกร่ง หากเขารักษาฟอร์มนี้ได้ต่อไป แน่นอนว่าสโมสรดังๆ ทั่วยุโรปต้องจ้องตาเป็นมันแน่ ซึ่งปีก่อนก็เพิ่งมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส ไป

 

โธมัส เมอร์นิเยร์ (เปแอสเช)
Thomas Meunier
  1. โธมัส เมอร์นิเยร์ (เปแอสเช)

เมอร์นิเยร์นั้นสามารถคุมจังหวะเกมและเล่นเกมป้องกันในฐานะฟูลแบ็กได้ดีกว่า สมดุลเกมแบบนี้ทำให้ อูไน เอเมอรี่ สลับเขาลงสนามบ่อยขึ้นในฤดูกาลนี้ตามสถานการณ์ของทีม

ก่อนที่จะตกเป็นเบอร์สองรองจาก ดานี่ อัลเวส ในฤดูกาลนี้ แต่ไม่ใช่ว่าทีมดังแห่งลีกเอิงทีมนี้ไม่ใยดีเมอร์นิเยร์ ความจริงแล้วสไตล์การเล่นของเขาเข้ากับธรรมชาติเกมบุกของทีมได้ดีกว่าคู่แข่งสองรายข้างต้นด้วยซ้ำ เจ้าตัวเติบโตขึ้นมากในถิ่น ปาร์ค เดอ แปรงซ์ ในฤดูกาลนี้ เมื่ออัลเวสที่อายุถึง 34 ปี ไม่อาจลงเล่นได้ทุกเกม

เขาก็เริ่มสร้างความประทับใจเบื้องหลังเพื่อนร่วมทีมมากดีกรีอย่างเงียบๆ นักเตะทีมชาติเบลเยียมคนนี้อาจจะตกอยู่ในส่วนลึกของทีม เปแอสเช ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนกับการเป็นตัวสำรองของ แซร์จ ออริเย่ร์

 

ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
Walker
  1. ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

มีคำถามมากมายเกี่ยวกับแบ็กขวาที่แพงที่สุดในโลกผู้นี้ แต่ เปีป กวาร์ดิโอล่า รู้ดีว่าเขาต้องเสริมทัพตำแหน่งดังกล่าว และวอล์คเกอร์คือกระบี่มือ 1

 

หลังทำผลงานประทับใจในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งขวากับสเปอร์สเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา นักเตะจากเมืองเชฟฟิลด์ผู้นี้ก็ปรับตัวเข้ากับต้นสังกัดใหม่อย่างลงตัว เพราะระหว่างที่ซิตี้กำลังกลายเป็นทีมที่เก่งที่สุดของทวีป เขาก็คอยฉีกกราบข้างคู่ต่อสู้เป็นริ้วๆ ด้วยความเร็ว, ความแข็งแกร่ง และการเติมเกมบุกสุดมัน

 

การครองบอลที่เหนือกว่าแบบสุดๆ ของทีมเรือใบสีฟ้า ทำให้วอล์คกอร์กลายเป็นคนสำคัญของซิตี้ผู้ไร้เทียมทานในฤดูกาลนี้ เชื่อว่าเขาคงฝันถึงการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก (และอาจตามมาอีกเพียบ) แล้วล่ะ

 

 

 

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับความอดทนของเจ้าตัวแล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพราะมันก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หากเขาจะเปลี่ยนใจไปซบตักทีมอื่นที่ให้โอกาสลงสนามมากกว่า เพราะฝีเท้าเขาสามารถเล่นเป็นตัวจริงทีมอื่นได้สบาย

 

ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ (แอตเลติโก มาดริด)
Sime Vrsaljko
  1. ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ (แอตเลติโก มาดริด)

ผลงานสุดยอดที่เวอร์ซัลจ์โก้ทำไว้กับ ซาสซูโอโล่ เมื่อฤดูกา 2015/16 ทำให้ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ วางตัวเขาเป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งของ ฆวนฟราน ในทีม แอตเลติโก มาดริด

 

ก็ถือว่าสมเหตผลอยู่นะ แม้นักเตะทีมชาตอโครเอเชียผู้นี้จะยังตกอยู่ในร่มเงาของคู่แข่งที่มากประสบการณ์กว่า ฤดูกาลนี้เขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานก็จริง แต่ก็กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมกับการทำ 3 แอสซิสต์ในเกมลีก 4 นัดหลังสุด

 

เวอร์ซัลจ์โก้ตั้งเป้าพัฒนาฟอร์มต่อเนื่องในปี 2018 รวมถึงชิงตำแหน่งตัวจริงมาจากฆวนฟรานให้ได้ในอนาคตอันใกล้

 

สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ (ยูเวนตุส)
Stephan Lichtsteiner
  1. สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ (ยูเวนตุส)

ลิชท์สไตเนอร์ถูกคาดหมายอีกครั้งว่าจะต้องจากไปเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่ก็ยังอยู่ยั้งยืนยง แม้ต้องผิดหวังกับการไม่ได้ถูกเลือกลงสนามในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศ

 

หลายคนคิดว่าจอมเก๋าของ ยูเวนตุส คนนี้จะถูกลืมแน่ๆ เมื่อ ดานี่ อัลเวส เข้ามาเมื่อปี 2016 แต่กลายเป็นว่าเขาเบียดกับผู้มาใหม่ได้อย่างสูสี แถมลงเล่นเกมลีกมากกว่าด้วยในฤดูกาล 2016/17 แม้โอกาสลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีกส่วนใหญ่จะเป็นของดังดังจากบราซิลก็ตาม

 

เขาจะจากไปจริงๆ ในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้หรือไม่ยังไม่แน่ แต่นักเตะวัย 33 ปีผู้นี้สามารถไปเป็นตัวจริงให้ทีมอื่นได้สบายๆ จากประสบการณ์และคุณภาพของเขา ลิชท์สไตเนอร์อาจจะไม่ใช่คนเด่นคนดัง แต่เขาทำงานหนัก และโอกาสที่รอเขาอยู่คือแชมเปี้ยนส์ลีกรอบน็อกเอาท์เพื่อแก้มือจากฤดูกาลก่อนอีกครั้ง

 

อันโตนิโอ วาเลนเซีย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
Antonio Valencia
  1. อันโตนิโอ วาเลนเซีย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ไม่น่าแปลกใจที่วาเลนเซียสามารถล็อกตำแหน่งนี้ได้อย่างมั่นคง ซึ่งนี่ถือเป็นผลลัพธ์แห่งความมุ่งมั่นที่มี ผลงานในปัจจุบันของนักเตะชาวเอกวาดอร์ จากปีกขวาเมื่อครั้งแจ้งเกิด ตำแหน่งการยืนของวาเลนเซียก็ถอยร่นลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป แต่หลังจากที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นเกมรับอย่างปวกเปียก ส่วนเกมบุกก็ไม่ดี เวลาและประสบการณ์ทำให้เขากลายร่างเป็นฟูลแบ็กที่แข็งแกร่ง, รวดเร็ว และคุมเกมริมเส้นได้อยู่หมัด

 

ด้วยดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรเมื่อฤดูกาล 2016/17 ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ อุ่นใจในตำแหน่งแบ็กขวา และสามารถไปกังวลกับตำแหน่งอื่นได้ การเปลี่ยนตำแหน่งยังทำให้เขาสามารถเล่นในระดับสูงสุดได้นานขึ้นอีกด้วย และแม้อาจไม่ใช่ตัวเลือกในระยะยาวด้วยวัย 32 ปี แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในที่สุดแห่งยุคปัจจุบัน ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องไม่น้อยเลยล่ะ

 

ดานี่ อัลเวส (เปแอสเช)
Dani Alves
  1. ดานี่ อัลเวส (เปแอสเช)

การร่วมงานแบบเข้าขากับดาวดังแห่งอเมริกาใต้มากมาย รวมถึง เนย์มาร์ ที่เพิ่งย้ายมาใหม่เช่นกัน ทำให้อัลเวสทวงคืนสถานะหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดของโลกกลับมาได้สำเร็จ แม้เปแอสเชจะไร้เทียมทานในลีกเอิง แต่สิ่งที่สโมสรต้องการจริงๆ คงเป็นประสบการณ์ในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า

 

หลังจาก บาร์เซโลน่า มาด้วยสถานะ ‘ทริปเปิ้ลแชมป์’ ชีวิตของอัลเวสที่ ยูเวนตุส กลับไม่เป็นไปอย่างที่เขาหวังไว้ จนถึงกับบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดแม้จะได้แชมป์กับทีมม้าลายก็เถอะ ก่อนที่เขาจะย้ายทีมอีกครั้งเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา กับการปฏิเสธแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพื่อย้ายไปอยู่กับเปแอสเช

 

คุณค่าที่แท้จริงของเขาน่าจะถูกตัดสินในรอบลึกๆ ของการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง แต่จากที่ผ่านมา ก็คงไม่มีอะไรให้กังขาในตัวนักเตะวัย 34 ปีผู้นี้อีกแล้ว

 

โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)
Joshua Kimmich
  1. โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)

เทคนิคของเขาอาจไม่สุดยอด แต่คิมมิชคือกองกลางและกองหน้าที่กลายสภาพสู่ตำแหน่งแบ็กขวา ซึ่งทักษะที่หลากหลายทำให้เจ้าตัวคือหนึ่งในสุดยอดของโลก นี่คือเด็กเทพจาก บาเยิร์น ซึ่งหลายคนเคยตั้งคำถามว่าจะมีใครมาแทนที่สุดยอดอย่าง ฟิลลิป ลาห์ม ได้ แต่คิมมิชก็ถือว่าใกล้เคียงมากกับผู้เล่นวัยเพียง 22 ปี

 

ทั้งคู่ถือเป็นผู้เล่นที่เอนกประสงค์สุดๆ เพราะนอกจากตำแหน่งแบ็กขวาแล้ว คิมมิชยังสามารถเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก, กองกลางตัวรับ และกองกลางได้ด้วย แถมยังเล่นได้อย่างสุดยอดไม่ว่าตำแหน่งไหน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากความอัจฉริยะทางแท็คติก หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของเขา และต่างจากลาห์มที่เป็นนักเตะเกมรับโดยกำเนิด การที่คิมมิชเติบโตจากตำแหน่งที่สูงกว่าทำให้เขามีเซนส์เกมบุกที่มากกว่า และจะยิ่งสุดยอดขึ้นไปอีกหากได้เล่นในระบบที่เน้นการครองบอล นั่นทำให้บาดแผลจากการที่เสียลาห์มจางหายไปในเวลาอันรวดเร็วเลยล่ะ

You may have missed